โยกย้ายระดับใหญ่ในศาลยุติธรรม ทั้งแพ่งและอาญาปชช.หวังความยุติธรรมจะมาจากการคัดบุคลากรที่ตั้งใจทำงานเพื่อให้ปชช.เชื่อมั่นมากกว่า
โยกย้ายระดับใหญ่ในศาลยุติธรรม ทั้งแพ่งและอาญาปชช.หวังความยุติธรรมจะมาจากการคัดบุคลากรที่ตั้งใจทำงานเพื่อให้ปชช.เชื่อมั่นมากกว่า
ข่าวแจกข่าวด่วนที่ศาลฎีกา ณ.ห้องประชุมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ชั้น 3 อาคารศาลยุติธรรม ถนนราชดำเนินใน นายอดิศักดิ์ตันติวงศ์ประธานศาลฎีกาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.) ครั้งที่ 20 /2569 โดยมีวาระสำคัญคือที่ประชุม ก.ต.เห็นชอบบัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ในวาระโยกย้ายแต่งตั้งบัญชี 3 ชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่ง จำนวน 247 บัญชีรายชื่อ
โดยมีรายชื่อผู้พิพากษาชื่อดังที่น่าสนใจและดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ
1. นายมีชัย เตชาชาญ ผู้พิพากษาศาลฎีกาขยับเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
2. นางอรทัศน์ อุดมโชค ผู้พิพากษาศาลฎีกา ขยับเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
3. นายสรรพวิทย์ ตูวิเชียร ผู้พิพากษาศาลฎีกาขยับเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง
4.นายชิโนรส ยงเกียรติกานต์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ขยับเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา
5.นายนาวี สกุลวงศ์ธนา ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค 5 ขยับเป็นอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2
6.นายเวียง ขวัญอ้นอินทร์ หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 5 ขยับเป็น ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค5
7.นาย อมรพจน์ กุลวิจิตร อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค8 ขยับเป็น รองประธานศาลอุทธรณ์
8.นายสุเพียร จึงเกรียงไกร หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ขยับเป็นอธิบดีศาลแพ่งพระโขนง
โดยในบัญชี 3 ชั้น 4 มีการสับเปลี่ยนตำแหน่ง ที่น่าสนใจที่สุดคงไม่พ้น อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคนใหม่ นายมีชัยเตชาชาญ จากผู้พิพากษาศาลฎีกา มานั่งเก้าอี้ ผู้ทรงอำนาจ
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุม ก.ต.ครั้งที่ 18 /2569 ได้มีมติเห็นชอบบัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ในวาระโยกย้ายแต่งตั้งบัญชี 2 สับเปลี่ยนตำแหน่ง 56 บัญชีรายชื่อ
โดยมีรายชื่อผู้พิพากษาชื่อดังที่น่าสนใจและดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ
1.นายวิธูร คลองมีคุณ รองประธานศาลฎีกา ขยับเป็นประธานศาลอุทธรณ์
2. นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 8 ขยับเป็นประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองในศาลฎีกา
3. นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษขยับเป็นประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
4. นายตุลยวัต พรหมพันธ์ใจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ขยับเป็นประธานแผนกคดีเยาวชนฯในศาลฎีกา
5. นายรุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ขยับเป็น ประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลฎีกา
6. นายเลิศพงศ์ อินทรหอม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาขยับเป็น ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา
7.นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขยับเป็นหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
8.นายมุขมนตรี กลั่นนุรักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกาขยับเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
9.นายธานี สิงหนาท อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งขยับเป็นหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
ทางด้านประชาชนผู้คลุกคลีอยู่กับการขึ้นศาล แสดงความเห็นว่า ก.ต น่าจะพิจารณาผู้บริหารที่ตั้งใจทำงานให้ความเป็นธรรมกับประชาชนและควรตรวจสอบ”ดุลพินิจของศาลทั้งแพ่งและอาญา”ว่าผู้พิพากษาทำหน้าที่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับตุลาการศาลยุติธรรมหรือไม่ เนื่องจากไปทางไหนก็มีแต่เสียงแสดงความไม่เชื่อมั่นต่อระบบองค์กร โดยเฉพาะการเขียนคำพิพากษาที่ไม่ครบประเด็นและใช้ดุลพินิจตัดสินมากกว่าข้อกฎหมาย
และควรฟังเสียงประชาชนที่ร้องเรียนไปยังประธานศาลฎีกาด้วยว่าเดี๋ยวนี้การปฎิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาในบัลลังก์ เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจในการใช้ถ้อยคำกับประชาชนนั้นไปในทางไม่เหมาะสมนั้น ควรหรือไม่ที่จะต้องกำชับเช่นเดียวกับการเขียนคำพิพากษาควรต้องครบประเด็นมิใช่ตัดประเด็นอื่นๆออกหมดเพื่อจะพิจารณาประเด็นเดียวนั้น ชอบธรรมหรือไม่

ใส่ความเห็น