ร้องประธานศาลฎีกาตรวจสอบคดีอิทธิพลสถาบันการเงินรัฐ” ต่อการพิจารณาคดีของศาล

เมื่อเช้าวานนี้ที่ศาลแพ่งมีการพิจารณาคดีกรณีลูกหนี้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสถาบันการเงินรัฐ “ชำระหนี้ครบถ้วนแล้วสถาบันการเงินรัฐ ออกใบเสร็จตีตรา บัญชีปิดแล้ว  แต่ไม่ยอมส่งมอบโฉนดคืน ” ลูกหนี้ฃึ่งหาผู้อื่นมาชำระเงินให้กับสถาบันการเงิน จึงยื่นฟ้องศาลและต่อมาศาลตัดสินว่ามิใช่เรื่องการฃื้อขาย คู่กรณีจึงยื่นอุทธรณ์ แต่ระหว่างคดีไม่สิ้นสุด สถาบันการเงินของรัฐนี้ นำทรัพย์ออกขายบุคคลภายนอกทั้งที่รับปากกับศาลว่า จะยังไม่นำออกขาย  คู่กรณีจึงยื่นร้องให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวเป็นการเร่งด่วน แต่ศาลกลับนัดไต่สวนในอีกสองเดือนถัดมา  เพื่อให้ตรงกับวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และงดไต่สวนในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกันคู่กรณียื่นฟ้องสถาบันการเงินรัฐแห่งนี้ในข้อหาฉ้อโกงต่อศาลแขวงพระนครเหนือ อันสืบเนื่องจากพนงสอบสวนและอัยการทำคดีใกล้หมดอายุความเหลือเวลาอีกเพียง15วันจะสิ้นสุดในวันที่24 กค 69 ทำให้คู่กรณียื่นฟ้องในวันที่23กค69ในเวลา16.00น ก่อนอายุความขาด1วัน  จนทงานรับฟ้องจึงกำหนดนัดไต่สวนในวันที่14กย69 

แต่ปรากฎว่า ในเช้าวันที่24กค69  มีคำพิพากษาลงมา“ยกฟ้อง” ทันทีในวันนั้น โดยไม่มีการไต่สวนอีกเช่นกัน

นอกจากนี้ก่อนหน้าคู่กรณีรายนี้ได้ถูกสถาบันการเงินของรัฐฟ้องศาลขับไล่ ศาลในคดีแพ่ง งดไต่สวน นัดฟังคำพิพากษาในอีก7วัน และมีคำสั่งขับไล่คู่กรณีที่ได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้วออกจากบ้านโดยมิได้พิจารณาคำร้องคัดค้านของคู่กรณีในการมาใช้สิทธิแต่อย่างใด

หลังจากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ มาตลอด คู่กรณีเกิดความรู้สึกผิดสังเกตตั้งข้อสงสัยร้องสอบถามไปยังท่านประธานศาลฎีกา ว่า การดำเนินการพิจารณาคดีเช่นนี้เป็นไปอย่างถูกต้องตามข้อบังคับและระเบียบขององค์กรศาลยุติธรรมหรือไม่ 

แต่ยังมิได้รับทราบคำตอบ