ข้องใจวิธีพิจารณาคดีของศาล ยื่นฟ้องวันนี้ พรุ่งนี้พิพากษา  เบรคอายุความสิ้นสุดตัดสิทธิผู้ฟ้องทันที 

มีรายงานข่าวว่า ได้มีประชาชนผู้หนึ่งยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อประธานศาลฎีกา นาย อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ และในฐานะประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่า  ตนได้แจ้งความดำเนินคดีต่อสถานีตำรวจสน.ห้วยขวาง เพื่อให้ดำเนินคดีกับสถาบันการเงินของรัฐในข้อหาฉ้อโกง  แต่ทั้งพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการต่างพากันสอบสวนใช้เวลานานจนเกือบขาดอายุความอีกเพียงไม่ถึงเดือนแล้วมีคำสั่งไม่รับฟ้อง  ทำให้ตนต้องรีบดำเนินการฟ้องเองเพื่อให้ทันกำหนดอายุความฃึ่งจะหมดในวันที่24กค69

ดังนั้นในวันที่23กค69 เวลา16.00น ตนจึงยื่นคำฟ้อง จนทศาลนัดไต่สวนตามปกติในวันที่14กย69

แต่ปรากฎว่า ในเช้าวันรุ่งขึ้น อันเป็นวันหมดอายุความ  ผู้พิพากษาศาลแขวง ได้เขียนคำพิพากษาลงในหน้ากระดาษคำฟ้องว่า ตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่าการที่จพคไม่อนุญาตให้ถอนการยึด นั้นมีสาเหตุมาจากสถานะของโจทก์ที่จึงมิใช่กลอุบายในการหลอกลวง  อีกทั้งจำเลยที่1ในฐานะเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้อยู่แล้วตามก. กรณียังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทั้งสิบร่วมกันหลอกโจทก์ทั้งสองโดยเจตนาทุจริตมาแต่แรกประกอบกับหากโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายทางแพ่งอย่างไรก็อาจมีสิทธิดำเนินคดีในส่วนแพ่งได้ พิพากษายกฟ้อง  จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ทำให้ผู้ฟ้องข้องใจเป็นอย่างยิ่งว่า องค์ประกอบในการฟ้องฉ้อโกงได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึง24ชั่วโมงอันเป็นเวลาที่คดีขาดอายุความพอดีจะส่งผลให้ผู้ฟ้องถูกตัดสิทธิในการยื่นแก้ไขคำฟ้องและพยานเพิ่มเติมลงในทันที  และทำไมผพษ.จะต้องรีบเร่งพิจารณาคดีฃึ่งมิใช่คดีเร่งด่วนเพราะเหตุใด

ตนจึงได้ยื่นร้องทุกข์สอบถามไปยังท่านประธานศาลฎีกาและในฐานะประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมเพื่อถามหาเหตุผลในการปฎิบัติหน้าที่ของผพษ.ในคดีนี้ เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ 

แต่ยังมิได้รับทราบคำตอบ