ค้านสายตาประชาชนไม่เชื่อตาม “สื่อศาล”ของศาลยุติธรรมแก้ตัว อ้างผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง หลังเพจ csi laเปิดโปงข้าราชการระดับสูงทุจริตโครงการก่อสร้างอาคาร ศาลมีนบุรี งบประมาณเกือบพันล้านบาท
ค้านสายตาประชาชนไม่เชื่อตาม “สื่อศาล”ของศาลยุติธรรมแก้ตัว อ้างผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง หลังเพจ csi laเปิดโปงข้าราชการระดับสูงทุจริตโครงการก่อสร้างอาคาร ศาลมีนบุรี งบประมาณเกือบพันล้านบาท
เพจดังกล่าวได้รับหนังสือร้องเรียนจากข้าราชการศาลยุติธรรม ร้องตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารศาลแพ่ง-ศาลอาญามีนบุรี ถนนสุวินทวงศ์ (งบประมาณ 950 ล้านสัญญา 782 ล้านบาท)
โดยเพจดังกล่าวแฉข้อมูลส่อฮั้วประมูล: อ้างผู้รับเหมา เข้าทำงานล่วงหน้า 4 เดือนก่อนจบ e-Bidding แลกเงินทอน
ทิ้งงานกลายเป็นซากร้าง: สัญญาเริ่มปี 65 สิ้นสุดปี 69 แต่งานคืบหน้าไม่ถึง 10% เบิกจ่ายไป 9.2% แล้วหยุดงานทิ้งร้างกว่า 1 ปี
โดยละเว้นไม่เอาผิด: ไม่ส่งหนังสือเตือนผิดสัญญา ไม่คิดค่าปรับล่าช้า
ปิดปากคนใน: สั่งห้ามข้าราชการ-ผู้พิพากษาให้ข้อมูลภายนอก ขู่ลงโทษวินัย ขณะที่ผู้ถูกร้องยังได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
คนในศาลทนไม่ไหว ร้องสื่อและสังคมช่วยขุดเส้นทางการเงิน ทวงคืนภาษีประชาชน!
วีคลี่นิวส์ได้รับการเปิดเผยว่า โครงการสร้างศาลมีนบุรีนี้ข้าราชการศาลได้พยายามร้องเรียนตลอดมาตั้งแต่ระดับเลขาธิการคนเก่าต่อเนื่องมาถึงเลขาธิการคนที่เป็นข่าวโดยตลอดแล้วแต่เนื่องจากภายในมีกลุ่มมีก้อนพยายามเตะสกัดไม่ให้ดำเนินการใดๆเนื่องจากยังตกลงส่วนแบ่งไม่ลงตัวฃึ่งหากเป็นข่าวละเอียดมากกว่านี้องค์กรศาลยุติธรรมจะเสียหายหนัก
ขณะที่สื่อศาล ฝ่ายปชส.ศาลยุติธรรมออกมาแก้ข่าวเรื่องนี้ว่าโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลแพ่งมีนบุรีพร้อมบ้านพักและสิ่งก่อสร้างประกอบ ได้รับงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 จำนวน950 ล้านบาท โดยคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมเห็นชอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงบประมาณกำหนด
สำนักงานศาลยุติธรรมทำสัญญาจ้างกิจการร่วมค้า เอ ซีคอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง เป็นเงิน 782 ล้านบาทเศษ ตามสัญญาฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2565 โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุตามระเบียบ
ทั้งนี้ ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ปรากฏข้อเท็จจริงต่อมาว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานเพียง 16 งวด จากทั้งหมด 44 งวดงานเป็นเงิน 123 ล้านบาทเศษ ผู้รับจ้างดำเนินงานก่อสร้างล่าช้าอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 (ก่อนสิ้นสุดสัญญา 2 วัน) ผู้รับจ้างมีผลการดำเนินงานสะสมเพียง33.28% ความล่าช้าเกิดจากผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่มีช่างระบบและช่างฝีมือในการทำงาน วัสดุอุปกรณ์ในการทำงานมีไม่เพียงพอ
อีกทั้งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมงานก่อสร้างและถือเป็นการ ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งผู้ควบคุมงานก่อสร้างและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้แจ้งให้ผู้รับจ้างแก้ไข ให้ถูกต้อง แต่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีมติให้บอกเลิกสัญญา ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงความความก้าวหน้าของงานและระยะเวลาการก่อสร้างตามที่กำหนดในสัญญาประกอบกับพฤติกรรมดังกล่าวของผู้รับจ้างแล้วเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลา ที่กำหนด ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 สำนักงานศาลยุติธรรมจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาและสงวนสิทธิ์ การเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย
การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการดังกล่าวของสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมยึดมั่นในการใช้จ่ายงบประมาณด้วยความโปร่งใส และมีกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณที่สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ ที่กำหนดไว้
ทางด้านประชาชนแสดงความเห็น ไม่เชื่อตามคำชี้แจงของศาลยุติธรรม โดยเฉพาะเรื่องว่าความล่าช้าเกิดจากผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องทางการเงิน นั้นเหลวไหลมากทีเดียวเนื่องจากบริษัทผู้รับเหมาเป็นบริษัทที่รู้จักกันมาดีแล้ว และบริษัท chaina railway ก็เป็นบริษัทชื่อดังในประเทศจีน ฃึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเงินมาก่อสร้างและถึงไม่มีก็คงไม่ทิ้งงานและสามารถนำสัญญาก่อสร้างไปหาผู้ร่วมทุนหรือกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพราะอย่างไรก็มีเงินรอเบิกค่าก่อสร้างเพื่อใช้คืนได้อยู่แล้ว

ใส่ความเห็น