ถามหาการตรวจสอบคุณภาพการตัดสินคดีของศาล
มันเป็นเรื่องconnection ที่รัฐมักช่วยคนของรัฐ งานของรัฐ ด้วยกัน โดยเฉพาะศาล
ราษฎรฟ้องคนของรัฐ ต้องขวนขวายหาหลักฐานมาสู้คดีเยอะมาก คนของรัฐไม่ต้องทำไรมาก เพราะศาลจัดการให้เสร็จ พวกรัฐเลยได้ใจ ใช่ไหม
กรณีอย่างนี้เราเห็นมาเยอะมาก มาคอยดูวันที่27 ตค อีกครั้งว่าความคิดเราจะถูกไหม
แต่ที่แน่ๆ ความนี้ปรากฎเป็นที่น่าคิดว่า ทำไมคดีฉ้อโกง โจทก์บรรยายฟ้องลักษณะการโกงและหลักฐานครบถ้วน ทำไมศาลมิได้พิจารณาตามประเด็นฟ้อง แต่กลับไปพิจารณาเรื่องภายหลังการฉ้อโกงมาตัดสิน ตัดตอนการกระทำการที่อาจเข้าข่ายฉ้อโกงของสถาบันการเงินใหญ่ เงินหนา ไปได้เพียงวันเดียวหลังโจทก์ยื่นฟ้อง ทั้งที่นัดไต่สวนไว้แล้วก่อนหน้า โดยไม่มีคำสั่ง งดไต่สวน นัดฟังคำพิพากษา ตามหลักปฎิบัติทั่วไป
ความรวดเร็วในการพิพากษา เพียง 5 บรรทัด จะสามารถทำให้คู่ความเข้าใจประเด็นแห่งสาระสำคัญในการชั่งน้ำหนักตัดสินคดีที่มีพยานเอกสารรวม96หน้าได้ในเย็นวันที่23 เช้าวันที่24 ศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้ว
นับว่าคดีนี้ต้องเป็นคดีสำคัญมากทีเดียว
แต่กระบวนการเขียนคำพิพากษา ในประเด็นข้อหาฉ้อโกง ถูกตัดตอนออกไป เป็นการพิจารณาเหตุการณ์หลังจากฉ้อโกงแล้วนำมาตัดสินได้หรือไม่
คดีฉ้อโกงเป็นคดีสำคัญยิ่งผู้กระทำผิดเป็นสถาบันการเงิน ผลจะกระทบไปถึงปชชคนอื่นที่เป็นลูกหนี้ทั้งระบบ ในรูปแบบประเภทเดียวกัน คือ ชำระหนี้ให้สถาบันการเงินแล้วไม่คืนโฉนดเพราะอยากได้เงินเพิ่ม จึงใช้กฎหมายเล่นงานเอาเปรียบลูกหนี้โดยมีศาลเป็นเกราะกำบัง พิจารณาตัดตอนเฉพาะเรื่อง เฉพาะเหตุ โดยมิได้ดูต้นเหตุของเรื่องมาแต่ต้น ทำให้เกิดข้อคิดว่าในการต่อสู้คดีก็ไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดของเรื่องข้อเท็จจริงในคดีให้ศาลนำไปพิจารณาด้วยหรือ คู่ความฝ่ายที่ผิดจะหยิบยกหรือกระทำผิดมาฟ้องศาลโดยศาลไม่ต้องดูรายละเอียดในการมาใช้สิทธิทางศาลตามมาตรา5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือ
“มาศาลต้องมาอย่างสุจริต มือสะอาด” ใช้บังคับในทุกคดี ก่อนที่ศาลจะรับบังคับคดีให้
มาตรา5 ปัจจุบันนี้ไม่ใช้บังคับแล้วหรือ
คำพิพากษา 5 บรรทัด สั่งลงในคำฟ้อง ในคดี96หน้า ครบประเด็นอันเป็นสาระสำคัญของคำฟ้องภายในไม่ถึง 24ชั่วโมง ได้หรือไม่
องค์กรศาลยุติธรรม ศาลเพื่อประชาชน ควรจะตรวจสอบเพื่อวางแนววิธีการทำงานให้เป็นหลักการที่สมควรและเหมาะสม ปชชจะได้เชื่อมั่น “มาศาลต้องได้รับความยุติธรรมกลับบ้าน”
“ มิใช่มาศาลแล้วได้รับความยุติธรรมกลับด้าน”
ปชช.จะศรัทธาในตัวศาลและองค์กรได้ก็อยู่ที่การทำงานของศาลนั่นเองและใครจะเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองคำพิพากษานั้นว่าต้องด้วยกฎหมายหรือใช้ดุลพินิจคลาดเคลื่อนแบบมีนัยสำคำคัญ อย่างไร

ใส่ความเห็น