ถึงเวลาประเมิน “ต้องขออนุญาตฎีกา”กันได้หรือยัง
เมื่อประชาชนคนเป็นคู่ความไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นอกจากปชช.จะเสียหายเสียเปรียบที่ศาลออกระเบียบมาใช้บังคับว่า การจะฎีกา ต้อง “ขออนุญาต” นี่เป็นระเบียบที่ปชช.เสียหาย เสียสิทธิ
แต่ผลประโยชน์เกิดกับผู้พิพากษาฝ่ายเดียว ทำงานลดลง และเป็นช่องทางอาจจะเกิดทุจริต วิ่งเต้น ให้ไม่รับฎีกา ด้วยวิธีใช้ดุลพินิจง่ายๆสั้นๆ คดีจบทันที
ทั้งที่ประเด็นข้อต่อสู้ของคู่ความควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยเป็นประเด็นๆตามที่เขาร้องขอฎีกา
แต่ก่อนวิธีการแบบนี้ใช้มาตรา23แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตัดสิน “คดีไม่มีสาระ ไม่รับพิจารณา”
ถึงเวลาหรือยังที่สังคมนักกฎหมาย ควรพิจารณาว่าระเบียบต้องขออนุญาตฎีกานั้นเป็นการตัดสิทธิปชช. ไม่ชอบด่วยรัฐธรรมนูญกำหนด ก่อให้ปชช.เสียสิทธิ เสียเปรียบ ที่จะได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ข้อต่อสู้ของปชช.ในการพิจารณาคดียังคงมีประเด็นอยู่
ที่สำคัญระบบตรวจสอบ “ดุลพินิจ”ของศาล ต้องก้าวล่วงได้ เพื่อการทำงานจะได้มีคุณภาพ เป็นที่เชื่อถือของปชช. “มาศาลต้องได้รับความเป็นธรรม” มิใช่มาศาลแล้วได้มาตรฐานคุณภาพต่ำ
ปชช.จะเชื่อมั่นและศรัทธาได้อย่างไร
พัชรินทร์ พันธวงศ์

ใส่ความเห็น