เปิดโปงศุลกากรสุวรรณภูมิตรวจเข้มสินค้าต่ำกว่า1500ร่วมups แจ้งเรียกค่าปรับและค่าเคลียร์สินค้าพร้อมยึกยักบังคับผู้นำเข้า”ต้องจ่าย”มิฉะนั้นรับของออกไปไม่ได้ต้องส่งทำลาย
เปิดโปงศุลกากรสุวรรณภูมิตรวจเข้มสินค้าต่ำกว่า1500ร่วมups แจ้งเรียกค่าปรับและค่าเคลียร์สินค้าพร้อมยึกยักบังคับผู้นำเข้า”ต้องจ่าย”มิฉะนั้นรับของออกไปไม่ได้ต้องส่งทำลาย
วีคลี่นิวส์ได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนคนธรรมดาเล่าว่าตนสั่งฃื้อสินค้าจากต่างประเทศเป็นตุ้มหูเพชรแลป โดยเสียค่าส่งเป็นเงิน 32$ ทางบริษัทผู้ขายสินค้าจัดส่งให้ผ่านทางups ต่อมาตนได้รับแจ้งจากupsว่า ทางศุลกากรขอดูใบเสร็จในการสั่งฃื้อสินค้า ตนก็ส่งให้ทางups จากนั้นups แจ้งมาว่า ศุลกากรตีตราขอเปิดตรวจสินค้าดู เนื่องจากสินค้าแจ้งมาว่าเป็นแหวน แต่ศุลกากรตรวจพบว่าเป็นตุ้มหูจึงมีการเรียกให้ups เปิดสินค้าดูร่วมกันและมีคำสั่งให้ปรับตน เป็นเงิน 1500 บาท ในฐานสำแดงผิด
และups แจ้งให้ตนจ่ายเพิ่มอีก 1700 บาท เป็นค่าดำเนินการเคลียร์สินค้าออกจากศุลกากร
ตนข้องใจมากว่าการตรวจสินค้าของศุลกากรนี้กะหนึ่งเป็นหมื่นๆชิ้น มีการชี้เป้าและล๊อคเป้าในการตรวจหรือไม่ อีกทั้งบริษัทที่ขายสินค้าเป็นบริษัทใหญ่ทำไมจึงสำแดงเท็จจากตุ้มหูมาเป็นแหวน และจากราคา175$ เป็นราคา32$ ตรงกับค่าขนส่ง ได้
ตนจึงติดต่อศุลกากรและupsที่สุวรรณภูมิ ต่างอ้างก.ม ให้ตนรับผิด ทั้งที่ตนเป็นเพียงผู้ฃื้อ ไม่ใช่ผู้ส่ง
ตนจึงทำหนังสือถึงท่านอธิบดีศุลกากร นายธีรัชย์ อัตนวานิช ให้ตรวจสอบว่า มีการชี้เป้าและล๊อคเป้า ในสินค้าที่ผ่านเข้ามาหรือไม่ กล่าวคือ เมื่อตนไม่เห็นหลักฐานอะไรเลยในการสำแดงการนำเข้าว่า ผู้ขายสำแดงจริงหรือเท็จตามที่upsแจ้ง ตนจึงขอให้ศุลกากรช่วยตรวจสอบ เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชน แต่ศุลกากรกลับยืนยันอย่างเดียวว่า ก.ม แจ้งให้ตนต้องเสียค่าปรับ มิฉะนั้นจะถูกยึดเอาไปทำลาย สอดรับกับupsแจ้งว่าหากตนไม่จ่ายค่าเคลียร์กับศุลกากร 1700 บาท ตนก็เอาของออกไปไม่ได้ หรือถ้าจะเอาออกโดยตนไม่ชำระ ก็ต้องให้บริษัทผู้ส่งจ่ายให้แทน
ฃึ่งก่อนหน้าทางupsบอกว่าหากตนจะไปเคลียร์กับศุลกากรเอง เงินจำนวน1700นี้ตนก็ไม่ต้องจ่าย แต่มาวันนี้หลังจากตนร้องทุกข์ไปยังท่านอธิบดีศุลกากร กลายเป็นว่าups สร้างเงื่อนไขมาใหม่ ดังที่กล่าว
ดังนั้นการที่ตนคิดว่ามีการชี้เป้าและล๊อคเป้าไว้ในการทำงานจึงควรต้องได้รับการตรวจสอบว่า ใบ จ้างขนส่งและใบairway bill แสดงไว้อย่างไร ทำไมจึงมีการผิดพลาดจากตุ้มหูกลายเป็นแหวน จากค่าจ้างส่งกลายเป็นราคาตุ้มหู
ใครเป็นฝ่ายกรอกข้อมูลผิด เพราะทำให้ตนเสียหายและใครได้ประโยชน์
หากศุลกากรตรวจเข้มของนำเข้าทุกชิ้นวันละเป็นหมื่นๆรายการเช่นนี้ ต้องประสานงานกับups ช่วยตรวจสอบเพื่อให้ความยุติธรรมแก่ตน
แต่ขนาดร้องทุกข์ถึงท่านอธิบดีแล้ว ไม่มีการตรวจสอบ บอกแต่เพียงว่าก.ม ให้ปรับผู้นำเข้าทั้งที่ตนมิได้เป็นผู้สำแดงผิดแต่อย่างใด

ใส่ความเห็น