ป.ป.ช. ออกประกาศฉบับใหม่ กำหนดตำแหน่ง “ข้าราชการตุลาการ” ตั้งแต่ระดับอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นขึ้นไปจนถึงประธานศาลฎีกา รวม 32 ตำแหน่ง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้สอดคล้องกับกฎหมาย

เมื่อวันที่ 23 กันยายน เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2568 ลงนามโดย นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ทั้งนี้ เพื่อให้การประกาศกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และการบริหารงานภายในศาลยุติธรรม และเพื่อให้การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 28 (3) ประกอบมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (ฉบับที่11) พ.ศ. 2568”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 (4) แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(4) ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่อธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไป

4.1 ประธานศาลฎีกา

4.2 รองประธานศาลฎีกา

4.3 ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา

4.4 ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา

4.5 ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา

4.6 ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

4.7 ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา

4.8 ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา

4.9 ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา

4.10 ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา

4.11 ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา

4.12 ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา

4.13 ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา

4.14 ประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลฎีกา

4.15 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

4.16 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม

4.17 ผู้พิพากษาศาลฎีกา

4.18 ผู้พิพากษาศาลฎีกาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม

4.19 ประธานศาลอุทธรณ์

4.20 ที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา

4.21 ประธานศาลอุทธรณ์ภาค ๑ – ๙

4.22 ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

4.23 รองประธานศาลอุทธรณ์

4.24 รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค ๑ – ๙

4.25 รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

4.26 ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค

4.27 ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค

4.28 ประธานแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอุทธรณ์

4.29 ประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์

4.30 ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค

4.31 ประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์

4.32 อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น”

ข้อ 4 การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 3 ที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการยื่นตามประกาศนี้

ข้อ 5 การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 4 (4) แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไว้แล้ว หากผู้อื่นบัญชีผู้นั้นเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๓ ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่ามีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อไปทั้งนี้ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและและหนี้สินกรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้นับแต่วันที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินครั้งล่าสุด

ข้อ 6 บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 4 (4) แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยืนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ซึ่งไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 3 และได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้สำนักงาน ป.ป.ช. เก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้