วันนี้ไปหาคำตอบที่ศาลยุติธรรม ผู้พิพากษาทุจริตถูกก.ต ไล่ออก แล้วส่งเรื่องไปปปช.ดำเนินการฟ้องคดี
สู้คดีกันสามศาล นานเป็นสิบสิบปี
เพราะรู้วิธี”ดึงคดี”ได้
คดีหนึ่ง ทุจริต 70 ล้าน ระดับชั้นศาลอุทธรณ์ แต่เพื่อนอยู่ชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นตัดสิน “ ยกคำร้อง”
อัยการอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 5 ปี
ส่วนศาลฎีกาจะตัดสินอย่างไร เรื่องเงียบไป ไม่รู้จะตามอย่างไรเพราะเป็นแดนมหัศจรรย์

แล้วโดนยึดทรัพย์ หรือไม่ ใครเป็นผู้ดำเนินการ
สาธารณชนอยากรู้ เหมือนรายคุณทักษิณบ้าง

แดนมหัศจรรย์นี้ปชช.ไม่สามารถเข้าถึง โดยเฉพาะหากจะร้องเรียนศาลให้ถึงก.ต จะต้องเป็นเรื่องทุจริตเกี่ยวกับเงิน เท่านั้น ส่วนเรื่องทุจริตในการใช้ดุลพินิจฝ่าฝืนจริยธรรม หรือข้อบังคับข้าราชการตุลาการนั้น

              เอาผิดไม่ได้ 

    แม้ดุลพินิจในการบังคับคดีจะเป็นดุลพินิจที่ขาดความรอบคอบ อคติ หรือ แสดงอำนาจบาตรใหญ่ เขียนคำพิพากษาว่าร้ายคู่กรณีโดยไม่สมควร อย่างไร ก็เอาผิดไม่ได้ 

               มันใช่หรือ  
               พอปชช.ร้องเรียนเข้าไป ฝ่ายวินัยของสำนักงานยุติธรรมก็ทำหน้าที่เป็นกันชนปกป้องออกหน้าออกตา “หาช่อง”ยกคำร้อง เรื่องไม่มีมูล”ฃะงั้นแหละ ใครจะทำอะไรได้
               แม้จะมีท่านประธานศาลฎีกากลั่นกรองก็ตามแต่ก็เห็นชอบตามกันไปหมด 

                ปชช.จะหาใครเป็นที่พึ่งได้ “ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและจริยธรรม”
                เมื่อการร้องเรียนผู้พิพากษา”บังคับคดี”โดยไม่ชอบด่วยกฎหมาย ถูกปัดตกไปหมด
                 ไปไม่ถึงก.ต  อ้างว่า เรื่องร้องเรียนมีเยอะมาก มันมากเพราะอะไร มันมากจึงต้องปัดตกไปเป็นส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ 
                  เช่นเดียวกับคดี “สิ้นสุดชั้นอุทธรณ์” “ต้องขออนุญาตฎีกา” เพียงเพราะศาลฎีกามีผู้พิพากษาเพียงร้อยกว่าท่าน บาปจึงมาตกกับปชช. ไม่รับฎีกา กันกี่คดีในแต่ละปี กระนั้นหรือ
                   นั่นหมายถึงปชช.ไม่ได้รับความเป็นธรรมใช่หรือไม่
                    ไม่ต้องบอกว่า มันจะมีการวิ่งเต้นหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็คงไม่มีผู้พิพากษาถูกให้ออก ไล่ออก แต่จำนวนที่ให้ออก ไล่ออก ก็น้อยเสียเหลือเกิน ประหนึ่ง แดนมหัศจรรย์นี้มีแต่เทพเทวดา อาศัยอยู่กันทั้งสิ้น 

                 การเข้าถึงความเป็นธรรม  ของปชช.จึงเป็นเรื่องยาก เพราะมีระบบป้องกันตัวเองของผู้พิพากษาหนาแน่น ทั้งที่กฎหมายก็ระบุข้อบังคับของข้าราชการตุลาการไว้อย่างชัดเจนต่อกรณีการมี”อคติ”ของผู้พิพากษา  

                  เป็นความผิดทั้งต่อข้อกฎหมายและคำสาบานตนต่อพระมหากษัตริย์ 

                    แม้จะมีการประท้วงในรูปแบบต่างๆเพื่อสื่อไปถึงองค์กรศาล แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นในการปรับปรุงให้ปชช. “เข้าถึงความยุติธรรม”ในเชิงจริยธรรมของผู้พิพากษาได้อย่างชัดเจน 

                 นี่จึงเป็นช่องทาง ในการใช้อำนาจที่ปชช.มองแล้วเห็นว่าไม่ชอบ ไม่ถูกต้องตามจริยธรรมเหล็กของข้าราชการตุลาการ 
                  การปกปิดช่วยเหลือกันจึงเป็นการทำลายความเชื่อถือขององค์กรศาลยุติธรรม 

                   ถือได้ว่า ผู้ที่ทำการนั้นเป็นผู้ที่ …..

พัชรินทร์ พันธวงศ์ ผู้เขียน