ว่าด้วยดุลพินิจศาลเรื่องขอไต่สวนฉุกเฉินกรณีห้องชุดถูกตัดน้ำ “ยกคำร้อง”
ว่าด้วยดุลพินิจศาลเรื่องขอไต่สวนฉุกเฉินกรณีห้องชุดถูกตัดน้ำ “ยกคำร้อง”
หลังกรมที่ดินแก้ปัญหาคอนโดผุดเป็นดอกเห็ดด้วยการออกพรบ.อาคารชุดพ.ศ 2522 มาบังคับใช้ ด้วยการออกกฎเหล็กเจ้าของร่วมคนใดค้างชำระค่าส่วนกลางต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 12-20%ตามระยะเวลาคงค้าง
ปรากฎว่านิติบุคคลอาคารชุดก็มักจะกำหนดค่าปรับล่าช้าเต็มพิกัดตามที่ก.ม กำหนด กันทั้งนั้น
ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือการออกข้อบังคับ”งดการใช้สาธารณูปโภคและตัดน้ำประปา”
อันเป็นเหตุให้นิติบุคคลอาคารชุดใช้อำนาจนี้ตัดน้ำเจ้าของร่วม ที่ค้างชำระค่าส่วนกลาง ฃึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษามาแล้วว่า นิติบุคคลอาคารชุดไม่มีสิทธิที่จะไปตัดน้ำเพราะเหตุค้างชำระค่าส่วนกลาง เพราะเป็นการละเมิดสิทธิเจ้าของร่วมฃึ่งควรจะต้องไปฟ้องศาลให้บังคับหนี้จากเจ้าของร่วมเท่านั้น
แต่ปรากฎว่า มีนิติบุคคลอาคารชุดหนึ่งเหลิงอำนาจไม่สนต่อคำพิพากษานี้ เจ้าของร่วมไม่ได้รับแจ้งข้อมูลในการเรียกเก็บที่ถูกต้องจึงขอให้นิติบุคคลแจ้งรายละเอียดวิธีคิดคำนวณมาให้ทราบเพราะที่เรียกเก็บมานั้นเรียกเก็บเกินมา 5 เดือน แต่นิติบุคคลไม่สนใจจะตอบแต่รีบไปตัดน้ำห้องเจ้าของร่วมในทันที
เจ้าของร่วมเห็นว่าใช้อำนาจไม่ชอบแล้ว จึงแจ้งให้มาต่อน้ำในวันรุ่งขึ้นแต่ไม่มา
เจ้าของร่วมจึงต้องย้ายออกไปเช่าห้องอื่นอยู่
จากนั้นเจ้าของร่วมไปยื่นคำร้องถึง “ศาลแพ่ง” รัชดา ขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราว
ผลปรากฎว่า ศาลมีคำสั่ง”กรณีตามคำร้องประกอบคำฟ้องโจทก์ไม่ได้อาศัยในห้องชุดพิพาทแล้ว กรณีไม่มีเหตุฉุกเฉินยกคำร้อง “
หากต่อมาโจทก์กลับเข้าห้องพักแล้วไม่มีน้ำใช้ สถานการณ์เปลื่ยนไป โจทก์ไปร้องขออีกครั้งจะตีความหมายเป็นกรณีฉุกเฉินได้หรือไม่
กรณีนี้น่าวิเคราะห์ว่า มีการใช้อำนาจไม่ชอบหรือไม่ ไม่ค้างค่าน้ำ แต่ไปตัดน้ำเพราะค้างค่าส่วนกลาง การกระทำนี้ขัดต่อกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะการค้างค่าส่วนกลางเป็นการค้าง”หนี้เงิน” ที่ต้องไปฟ้องร้องเรียกเอาเงินคืนเอง
ดังนั้นเมื่อเจ้าของร่วมร้องศาลขอให้นิติบุคคลอาคารชุด”ต่อน้ำ” เพื่อจะกลับเข้าใช้ห้องชุดโดยไม่ต้องไปอาศัยห้องเช่าให้เปลืองเงิน
จึงไม่สามารถทำได้ เพียงเพราะ “ไม่ได้อาศัยอยู่ในห้องชุดแล้ว”
เจ้าของร่วมก็จะต้องฟ้องศาลเป็นคดีละเมิด เกิดข้อพิพาททางคดีขึ้นมาต่อเนื่อง และผลพิพากษาจะออกตามแนวศาลฎีกานั้นหรือไม่ ก็ขึ้นกับดุลพินิจที่ไม่มีใครก้าวล่วงได้อีก
ปัญหาเรื่องการใช้ดุลพินิจจึงเป็นเรื่องที่องค์กรศาลยุติธรรมควรจะต้องให้การตรวจสอบเอาจริงเอาจัง เพราะประชาชนต่างเคลืยบแคลงกันมากมายเวลานี้
กรณีคำสั่งนี้ถูกรับรองโดยอธิบดีศาลแพ่ง นาย สถาพร วิสาพรหม ควรแล้วที่จะเชื่อว่า เป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบ ได้ใช่ไหม

ใส่ความเห็น