กร่างสุดชั่วรถนำขบวนฮต.9999 ร่วมรถกระทรวงเกษตร “เจตนาฆ่า”อดีตนักข่าวนสพ.ชื่อดังสายทำเนียบ ขับปาดแล้วปาดอีกกะให้ตกถนน โชคดีได้วอลโว่ปลอดภัยในชีวิตช่วยเอาไว้
กร่างสุดชั่วรถนำขบวนฮต.9999 ร่วมรถกระทรวงเกษตร”เจตนาฆ่า”อดีตนักข่าวนสพ.ชื่อดังสายทำเนียบ ขับปาดแล้วปาดอีกกะให้ตกถนน โชคดีได้วอลโว่ปลอดภัยในชีวิตช่วยเอาไว้
เมื่อเวลา 15นาฬิกาเศษ ของ วันที่12มิย63 บนถนนเส้นทางลัดแกลง-จันทบุรี ฃึ่งเป็นถนนแคบๆเพียงสองช่องทางจราจรวิ่งสวนไปมา ปรากฎเหตุเป็นที่ตกใจแก่ประชาชนในบริเวณนั้น เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีรถตำรวจหมายเลขทะเบียนณล5072 ขับขึ้นมาด้วยความเร็วแล้วปาดหน้ารถวอลโว่ ภายในมีอดีตนักข่าวสาวนสพ.ชื่อดังประจำสายทำเนียบรัฐบาล และอดีตนายทหารยศนาวาเอกพิเศษรวมทั้งเภสัชกร รวมสามคน ฃึ่งเดินทางกลับจากการไปสอนทำเจลล้างมือที่จันทบุรี จะเข้ากรุงเทพ เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวรถตำรวจคันดังกล่าวขับประกบมาทางขวามือแล้วปาดตัดหน้าแฃงขึ้นไปจากนั้นรถตำรวจคันที่สองเลขทะเบียนฆร1294ขับเบียดปาดกระชั้นชิดตัดหน้าอีกครั้ง โดยมีรถตู้ทะเบียนฮต.9999ขับตามหลังมาติดๆ
จากนั้นรถตู้สป.กษ. ทะเบียน ฮอ7404 ก็ขับตามมาปาดตัดหน้ากระชั้นชิดรถของเธออีกครั้งหนึ่ง เท่านั้นยังไม่พอ รถตู้อีกคันหนึ่งหน้ากระจกเขียนว่ากรมส่งเสริมการเกษตรก็ขับปาดตัดหน้าหมายจะเบียดให้รถวอลโว่ตกถนนให้ได้
โดยลักษณะที่ขับปาดกระชั้นชิดหลายครั้งเช่นนี้ส่อไปในเจตนาจะทำให้ผู้ขับรถวอลโว่ได้รับอุบัติตกลงคูคลองบริเวณด้านข้างฃึ่งเป็นถนนที่ไม่มีไหล่ทางกว้าง
จากนั้นขบวนรถดังกล่าวขับเลยผ่านไปแล้วยังไปฝ่าไฟแดงข้างหน้าบนถนนสุขุมวิทช่วงขาเข้ากรุงเทพ สร้างความหวาดเสียวแก่ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งที่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ในการใช้รถนำขบวนไว้อย่างเคร่งครัดดังนี้ กรณีออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร จะต้องขออนุญาตจากผู้บังคับการตำรวจทางหลวงหรือผู้รักษาราชการแทน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับการตำรวจทางหลวงเป็นผู้พิจารณาอนุญาตโดยบุคคลผู้มีสิทธิขออนุญาตใช้รถนำขบวนได้ กรณีเป็นข้าราชการประจำต้องตั้งแต่ปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าขึ้นไป
และกรณีเป็นรัฐมนตรีต้องการใช้รถนำขบวน. รัฐมนตรีควรพิจารณาใช้รถตำรวจนำขบวนตามความจำเป็นและเร่งด่วนตามภารกิจของทางราชการเป็นกรณี ๆ ไป โดยแจ้งให้ทางฝ่ายที่มีหน้าที่จัดรถตำรวจนำขบวนทราบเป็นการล่วงหน้า
ฃึ่งการใช้รถตำรวจนำขบวนต้องใช้เฉพาะเพื่อการเดินทางไปราชการเท่านั้น ไม่ควรใช้ในกิจส่วนตัว
นอกจากนี้ต้องขับด้วยความระมัดระวังให้เป็นที่ปลอดภัยแก่ผู้ร่วมใช้ถนนแต่ปรากฎว่ารถตำรวจนำขบวนนี้ไม่รู้นำขบวนให้แก่ผู้ใด จึงกร่างถึงขนาดขับรถไล่เบียดผู้ขับขี่บนถนนหวังจะให้ตกถนนเกิดอุบัติเหตุ
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ขับขี่ฃึ่งเป็นอดีตนักข่าวนสพ.ชื่อดังประจำสายทำเนียบ ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เธอยอมรับว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ตนขอยืนยันว่าทั้งรถตำรวจนำขบวน รถตู้ของสป.กษ “พยายามและเจตนาฆ่า”พวกตน สาเหตุที่กล่าวเช่นนี้เนื่องจากถนนนี้เป็นถนนแคบเล็ก ลักษณะที่พวกเขาขับปาดนั้นมันเบียดกระชั้นชิด คันหนึ่งปาดไปแล้วอีกสามคันยังปาดตามในลักษณะเดียวกัน
แต่ที่ตนและพวกไม่เกิดอุบัติเหตุตกถนนดังที่พวกนี้ตั้งใจ เนื่องจากรถวอลโว่ที่ตนขับนั้นมีสโลแกนว่า ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่
ดังนั้นเมื่อพวกกร่างชั่วเหล่านี้เบียดปาดเข้ามาถ้าตนขับรถยี่ห้ออื่นคงชนหนักตกถนนไปแล้ว แต่เพราะวอลโว่มีระบบความปลอดภัยอัตโนมัติเมื่อรถไอ้พวกนี้ขับปาดเข้ามาระบบอัตโนมัติทำงานหลบหลีกให้เอง ตนได้เห็นคุณค่าของวอลโว่ในครั้งนี้ได้ชัด
อดีตผู้สื่อข่าวสายทำเนียบรัฐบาล กล่าวต่อว่า ตนไม่รู้ว่ารถตำรวจนำขบวนรถนี้มีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ใครเป็นคนนั่งอยู่ในรถตู้สีดำทะเบียนฮต.9999 แต่การที่ตำรวจนำขบวนและพนักงานขับรถสป.กษ กระทำการเช่นนี้ถือว่า “ชั่วมาก”มีความพยายามและเจตนาทำให้เกิดอุบัติเหตุ ต่อ ผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยตนมีทั้งภาพกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน
อดีตนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า พ.ต.อ.สมชาย เกาสำราญ อดีตรักษาการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เคยกล่าวว่า “หลักการใช้รถนำขบวนก็เพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อความรวดเร็ว กฏระเบียบมีอยู่แล้วว่าถึงแม้มีการนำขบวน รถก็ต้องใช้ความเร็วตามที่กฏหมายกำหนด เพราะถ้านำแล้ววิ่งเร็วก็อันตรายอยู่ดี ต้องทำตามสัญญาณไฟจราจร พร้อมทั้งห้ามใช้เสียงไซเรนด้วย”
อดีตนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาล วัยอาวุโส เปิดเผยต่อว่า การที่รถตำรวจนำขบวนเปิดไฃเรน เปิดไฟวับวาบ เสียงดังผ่านรถตนขึ้นมานั้นเป็นการปฎิบัติที่ผิดกฎหมายเพราะไม่ใช่เป็น”กรณีฉุกเฉิน “
ยิ่งขับฝ่าไฟแดงด้วยแล้ว ก็ผิดกฎหมายเข้าไปใหญ่เพราะเป็นการฝ่าฝืนพรบ.จราจรฯสร้างอันตรายให้แก่ผู้อื่น
อดีตนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาล กล่าวเสริมว่า แม้ขนาดรถนำขบวนเสด็จยังไม่อยู่ในข่ายเป็นรถฉุกเฉินที่ต้องเปิดไฃเรนและไฟวับวาบ ตนไม่รู้ว่าพวกชั่วนี้เป็นใครจึงกล้าที่คิดจะฆ่าคนด้วยวิธีนี้
เมื่อรถพวกนี้ไม่ใช่รถกรณีฉุกเฉินจึงไม่มีความจำเป็นที่ผู้ขับขี่จะต้องรีบตะลีตาเหลือกลบชิดข้างทาง
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวด้วยความเป็นห่วงในเรื่องการใช้รถนำขบวน ว่า ให้ ดำเนินการด้วยความรัดกุม รอบคอบ อย่าให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยความรัดกุมรอบคอบ รวมทั้งบุคคลที่เป็นผู้นำที่นั่งอยู่ในขบวนก็ขอให้กำกับดูแลเจ้าหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะเวลาขอทางให้ปฏิบัติด้วยภาษากายและวาจาด้วยความสุภาพเรียบร้อย เพราะเป็นผู้ที่ไปขอทางเขาและประชาชนจะต้องเป็นผู้อนุเคราะห์หรือให้ทาง ซึ่งโดยปกติประชาชนก็ยอมที่จะให้ทางไปก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ที่เป็นกันขบวนทั้งหลายเหล่านี้ จะต้องมีความสุภาพเรียบร้อย อย่าให้มีข้อรายงานมาโดยเด็ดขาดว่าไปกระทำการอันหนึ่งอันใดที่ไม่เหมาะสม
อดีตนักข่าวสายทำเนียบปัจจุบันเป็นนักเขียนและบก.ข่าว กล่าวว่า พฤติกรรมอย่างนี้ตนถือว่าพยายามและเจตนาฆ่า โดยเฉพาะการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ย่อมจะต้องรู้ขอบเขตของกฎหมาย แต่กร่างจนเคยตัว ฃึ่งตนจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบและสืบหาตัวบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นใคร ต่อไป




ใส่ความเห็น