พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ขันติ ธีรัสสะลังกาโร” ความอดทนเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์

คนเรานั้นมีสร้อยคอเป็นเครื่องประดับ มีแหวนเพชรเป็นเครื่องประดับ มีสิ่งต่าง ๆ ที่เครื่องประดับร่างกายของเรานั้นถือว่าสวยงามมีค่า
แต่ว่าถ้ามีความอดทนแล้วจะเป็นเครื่องประดับของท่านนักปราชญ์

การเกิดมานั้นมีความดีมากที่สุดก็คือมนุษย์
เพราะเหตุใด

เพราะเหตุว่ามนุษย์สามารถพัฒนาตนของตนได้ ไม่เหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน
มนุษย์ที่พัฒนาตนของตนก็คือว่า เราพัฒนาจากปุถุชนมาเป็นกัลยาณชน
จากกัลยาณชนแล้วก็มาเป็นอริยชน นี่สามารถทำได้ ถ้าเรามีความตั้งใจจริงก็สามารถทำได้

ถ้าหากว่าเราไม่มีความอดทน ไม่มีความพากเพียร ไม่มีความพยายาม มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี
เมื่อทำไม่ได้ตัวของเราก็สูญเปล่า อย่างนี้เป็นต้น

นอกเหนือจากที่ว่าจะมีศีลแล้วก็ยังต้องมีสมาธิ
เพราะว่าสมาธินั้นสามารถที่จะรวบรวมจิตใจของเรานี้ให้เข้มแข็ง
คำว่าจิตใจให้เข้มแข็งก็คือการสร้างพลังขึ้นมา
การสร้างพลังขึ้นมาก็คือการทำสมาธิไปทุกวัน ๆ

บางคนคิดว่าอยากจะเอาสำเร็จเลย นั่งทีเดียวเอาหมดวันหมดคืน อย่างนั้นมันไม่ได้อะไร เพราะว่ามากเกินไป
เหมือนกับรับประทานอาหาร ข้าวจานหนึ่ง สองจานมันก็อิ่มแล้ว จะไปทานต่อไป กินต่อไปไม่ได้มันอิ่มแล้ว ใส่เข้าไปยังไงก็ใส่ไม่ได้

เพราะฉะนั้นเราไปนั่งสมาธิหมดวันหมดคืนมันก็ไม่ได้
สิ่งที่มันได้ก็คือสิ่งมันพอดี
เพราะฉะนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงแนะนำว่าให้เดินสายกลาง
เดินสายกลางก็แปลว่าเดินสายพอดี กลางก็แปลว่าพอดี ไม่ตึงเกินไปและก็ไม่หย่อนเกินไปพอดิบพอดี แล้วมันจะเกิดประโยชน์มหาศาล

ในการทำสมาธิก็ทำแต่พอดิบพอดี ไม่ต้องทำให้เราต้องมีภาระผูกพันอะไรมาก เราจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ แต่ว่าทำแล้วมันก็ได้ความดีขึ้นมาเท่านั้น ไม่ใช่เป็นของบังคับ
และเราก็ไม่ต้องบังคับตัวเองมากจนเกินไป
พอทำพอดีสมาธิเกิดขึ้นมาแล้วมันก็จะรวมพลังจิต ก็รวมบุญรวมกุศลอยู่ที่สมาธินี้แหละ

สัตว์ทั้งหลายมันทำสมาธิไม่ได้ มันทำบุญทำทานอะไรก็ไม่ได้ เพราะว่าสมองมันไม่มีพอ
ไม่เหมือนกับมนุษย์ มนุษย์มีสมองพอที่จะทำได้ทุกอย่าง
เพราะฉะนั้นโชคดีที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์

เพราะฉะนั้นอย่าพลาดดีกว่า
คำว่าอย่าพลาดเราก็ต้องมี “หิริ” คือความละอายแก่บาป “โอตัปปะ” คือความเกรงกลัวต่อบาป
อันนี้แหละที่จะเป็นธรรมประจำใจ

เมื่อเรามีธรรมประจำใจแล้วนี่เราจะได้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์เป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด เรียกว่าไม่พลาด

จากหนังสือ ธรรมะรุ่งอรุณ ๔ หน้าที่ ๑๖๔
พระธรรมมงคลญาณ (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

สวนพนาสนธิ์ ๓/ศูนย์สัมมนาป่าพนาสนธิ์-แบ่งปัน
สุขาปฏิปทาขิปปาภิญญา

๖๐.๐๘.๐๙